Seele

วันนี้เอง หลังจากที่ตบการ์ดกับเด็กๆเสร็จ เวลาประมาณเกือบหกโมงเย็นแล้ว ชั้นคิดจะไปซื้อการ์ด ก่อนกลับบ้านซักเล็กน้อย (ก็ไม่ได้ซื้อนานแล้วนี่นา) ระยะทางจากร้านอนิเมไปร้านขายการ์ดก็ไม่ไกลกันเท่าไหร่ ชั้นก็เดิน เดินไปเรื่อยๆ

ระหว่างทางนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนทุบอะไรบางอย่าง ตุบ ตุบ ตุบ ดังอยู่ไม่หยุด ชั้นพยายามมองหาต้นเสียงนั้น สายตาก็เผอิญมองผ่านรั้วไม้เก่าๆ เข้าไปบริเวณลานหน้าบ้านร้างหลังหนึ่ง ก็พบยายแก่ๆ นั่งทุบกระป๋องเพื่อจะเอาไปไว้ขาย รอบตัวแกมีพวกเศษกระดาษ อะไรหลายๆ อย่างที่พอจะขายได้วางใส่ถุงไว้ แล้วก็มีอุปกรณ์ยังชีพเล็กน้อยวางอยู่นั่น ชั้นใจหายวาบ..... ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพร่างพรูออกมาจากใจ

นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ ดูยายคนนั้นสิ ต้องเก็บขยะเพื่อแลกกับเงิน เค้าต้องทำงานหนักแทบตายหาเช้ากินค่ำเพื่อให้ได้เงินแต่ละบาทมา แล้วชั้นล่ะ? ในกระเป๋าเงินอยู่ 400 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากย่าตอนสงกรานต์ ชั้นกำลังจะใช้มันซื้อสิ่งที่เรียกว่า ของฟุ่มเฟือย ที่มันไม่จำเป็นสำหรับชีวิตเลย มันเป็นแค่สิ่งที่สนองความต้องการ อารมณ์อยากของตัวเองเท่านั้น?? เหมือนกับว่าชั้นไม่รู้คุณค่าของเงิน??

ชั้นพยายามสั่งให้ตัวเองเดินช้าๆ เพื่อที่จะปล่อยให้สมองได้ทบทวนเรื่องที่ต้องการอีกที คิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามจะโน้มน้าวใจตัวเองไม่ให้ซื้อ แต่ในที่สุด. ความอยากในใจชั้นมันก็มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง สมองสั่งขาให้ก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆจนมาหยุดที่หน้าร้านขายการ์ด บัดนี้ความรู้สึกผิดนั้นมลายหายไปหมดสิ้น

"พี่คะ ซื้อการ์ดค่ะ "

ชั้นเอ่ยปากบอกกับพี่สาวคนขายการ์ด เค้าก็รีบจัดแจงมาเปิดกุญแจตู้ใส่การ์ดออก ชั้นล้วงมือเข้าไปหยิบการ์ดมา 2 ซอง จ่ายเงินไป 100 บาท แล้วก็เดินจากมา ..

ชั้นเดินกลับมาทางเดิมที่เดินมาในตอนแรก ผ่านยายคนนั้น ชั้นมองผ่านเข้าไปในรั้วไม้เก่าๆ เห็นแกกำลังหุงข้าวจากเตาถ่านอยู่ ตอนนี้ความรู้สึกผิดมันเริ่มเกาะกุมในใจอีกครั้งแต่ไม่มากเท่าครั้งแรก คราวนี้แทนที่จะมาคิดทบทวน เปล่าเลย ชั้นพยายามที่จะหนีมันซะ โดยการเบือนหน้าไม่มองเข้าไปยังรั้วไม้นั่น แล้วก็ขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน..

"สิ่งใดที่เราไม่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง เราจะไม่เห็นคุณค่ามัน และใช้มันไม่เกิดประโยชน์ ."

"ผิดกลับคนที่ได้สิ่งนั้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง เค้าจะถนอมและรู้จักใช้มันเมื่อคราวจำเป็นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด.. "

ฉันคิดถูกรึเปล่า???

------------------------------------------------------------

ดูการ์ตูนแก้เครียดละกัน :P

หลายวันก่อนได้ยืมหนังสือเรื่อง ปรัชญาชีวิต ของคาลิล ยิบราน ที่ห้องสมุดมา ขอยกตัวอย่างตอนที่ชอบเอามา ไม่รู้ว่าเคยอ่านกันมาแล้วรึยัง

.........

ความรักไม่ได้ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตัวเอง

และก็ไม่รับเอาสิ่งใดนอกจากตัวเอง

ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมถูกครอบครอง

เพราะความรักนั้นเพียงพอแล้วสำหรับการตอบรัก

.............

.............

จงรักกัน แต่อย่าสร้างพันธะแห่งความรัก

และขอให้รักนั้น เป็นเสมือนห้วงสมุทรอันเคลื่อนไหว

อยู่ระหว่างฝั่งแห่งวิญญาณของเธอทั้งสอง

จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน

จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน

.......

จงร้องและเริงรำด้วยกัน และจงมีความบันเทิง

แต่ขอให้แต่ละคนได้มีโอกาสอยู่โดดเดี่ยว

ดังเช่นสายพิณนั้นต่างอยู่โดดเดี่ยว

แต่ว่าสั่นสะเทือนด้วยทำนองดนตรีเดียวกัน

จงมอบดวงใจ แต่มิใช่ต่ออีกฝ่าย

เพราะหัตถ์แห่งชีวิตอมตะเท่านั้น ที่จะรับดวงใจของเธอไว้ได้

จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก

เพราะว่าเสาของวิหารนั้น ก็ยืนอยู่ห่างกัน

และต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้

..........................

เธอต้องการรู้ความลับเรื่องความตาย

แต่เธอจะพบมันที่ไหนเล่า นอกจากจะแสวงเอาในท่ามกลางของชีวิต

นกแสกผู้มีตามืดต่อกลางวัน

ย่อมไม่อาจเข้าใจกระจ่างถึงความลับแห่งแสงสว่างได้

ถ้าเธอต้องการเห็นวิญญาณแห่งความตายจริงๆแล้ว

ขอจงเปิดดวงใจของเธอต่อกายแห่งชีวิตเถิด

เพราะชีวิตและความตายเป็นหนึ่งเดียวกัน

ดังเช่นที่แม่น้ำและทะเลเป็นหนึ่งเดียวกัน

การเข้าสู่ความตายนั้น

ะเป็นอะไรอื่นนอกการยืนเปล่าเปลือยในกระแสลม

และการหลอมละลายเข้าสู่แสงอรุณ

และการหยุดหายใจนั้นเล่า

จะเป็นอะไรอื่นจากการปลดเปลื้องมัน จากการเข้าออกไม่หยุดหย่อน

เพื่อว่ามันจะได้ลอยขึ้น ขยายออก และมุ่งหาพระเป็นเจ้า

เมื่อใดเธอได้ดื่มกินจากธารน้ำแห่งความสงัดนิ่งแล้ว

เธอจะสามารถร้องเพลงได้อย่างแท้จริง

และเมื่อเธอถึงยอดเขาแล้ว นั่นแหละเธอถึงจะเริ่มปีนไต่

และเมื่อใดพื้นพิภพโอบอุ้มเธอแน่นแล้ว

เธอจึงจะได้เริงระบำอย่างแท้จริง

................

ที่มา : ปรัชญาชีวิต ของคาลิล ยิบบราน แปลโดย: ระวี ภาวิไล

เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ข้าน้อยได้มีโอกาสไปงานการแข่งขันหมากล้อมอุดมศึกษาครั้งที่ 10 (U-GO X) ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่วันที่ 19-22 ต.ค. 48 ณ ม.สยาม งานนี้เป็นการชุมนุมนักกีฬาหมากล้อมระดับยอดฝีมือของประเทศไทย มีการแข่งขันทั้งประเภททีม 3 คน และประเภทบุคคลหญิงตัวแทนจากสถานบันต่างๆ เข้าร่วมชิงชัย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักกีฬาหมากล้อมระดับอุดมศึกษาของประเทศ และไม่เพียงแต่มีงาน U-GO X เท่านั้น ยังมีการแข่งขัน Asian Go Tournament ซึ่งการแข่งหมากล้อมนานาชาติ ที่คัดยอดฝีมือของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียมาแข่งกันด้วยล่ะ

(ข้างบนน่ะ ตัดต่อมาจากสูจิบัติ = =")

มาเข้าเรื่องดีกว่า

เริ่มต้นด้วยการนัดเจอรุ่นพี่ที่เซ็นปิ่นฯ ตอนบ่ายโมง ของวันที่ 19 ต.ค. เหนื่อยชะมัด กว่าจะไปถึง เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนเพราะนอนไม่หลับ รถทัวร์มันวิ่งเร็ว สั่นๆด้วย

พอไปถึงหน้าเซ็นปิ่นฯ ก็เจอรุ่นพี่ประธานชมรมหมากกระดาน ( กี๊ซซซซซ ) กับเพื่อนที่จะไปแข่งอีกคนนึง แต่รุ่นพี่ถาปัดอีกคนนึงยังไม่มา เราสามคนก็เลยไปนั่งกิน KFC รอ ตูสั่งข้าวยำไก่แซบ แต่ทำไมไก่แซบมันไม่แซบสมชื่อฟระ เสียดายตังชะมัด /?? นั่งกินไก่รอไปจนบ่ายสองกว่าๆ พี่ที่อยู่ถาปัดถึงมา /swf คณะชาวศิปากรเลยได้ฤกษ์ออกเดินทางไปโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ซึ่งเป็นสถานที่พักนักกีฬาของการแข่งหมากล้อมครั้งนี้

พอไปถึง เค้าก็ให้พักที่หอของนักเรียนนายร้อยอ่ะ /hehe ภายในห้องจะมีเตียง 6 เตียง ตู้ 4 ตู้ แล้วก็มีห้องน้ำกับห้องส้วมในตัว อย่างละหนึ่งห้อง เป็นห้องพัดลม ห้องที่เราพักอยู่ มีกันแค่สองคน คือ เรากับผู้หญิงอีกคนที่อยู่ ม. นอร์ทกรุงเทพ ห้องโล่งมากๆๆ น่ากลัว แต่พออยู่ไปเริ่มชินก็เงียบสงบดีนะ

เมื่อจัดของเสร็จ ตอนเวลาสี่โมงเย็น เค้าก็นัดปฐมนิเทศและจับคู่แข่งขันรอบแรก มีแจกของที่ระลึกแล้วก็เสื้อด้วยล่ะ ประเภทบุคคลหญิงเจอกับ ม. สยาม ส่วนทีมเจอกับม.นอร์ทกรุงเทพ หลังจากนั้นก็กินข้าวเย็นแล้วก็แยกย้ายเข้าที่พัก

20 ต.ค. ตื่นเวลา ตี 5 เกือบ 6โมง อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ไปรอรุ่นพี่ที่หน้าห้องพักเพิ่มจะได้ไปพร้อมกัน (ที่อยู่ชั้น 4) ศิลปากรตื่นสายคับท่าน เกือบขึ้นรถไม่ทัน ตอน 6.30 น. เพราะเมื่อคืนเล่นไพ่กันเลยนอนดึก = = แหมเสียดาย เมื่อคืนตูไม่ได้ไปแจมด้วย เพราะว่า แอบมาส่องดูในห้องมีแต่ผู้ชายเต็มไปหมดเลยไม่กล้าเข้า

รถรับส่งมาถึงม. สยามตอน เกือบ 8 โมง แล้วก็กินข้าว พอกินเสร็จก็มีพิธีเปิดงานแล้วก็สถานที่แข่งอยู่ชั้น 8 เป็นชั้นโล่งๆ มีลมพัดเข้าตลอดเวลา เห็นวิวกรุงเทพฯได้ไกลเลยล่ะ แข่งรอบแรกตอนเช้า ตอนบ่ายมีแข่งขันรอบที่สองต่อ ตอนเย็นมีงานเลี้ยงต้อนรับนักกีฬา เป็นอันเสร็จไปหนึ่งวัน ฮุๆๆๆ แล้วก็กลับที่พัก คืนนี้ไม่พลาดค่ะ พอมาถึง รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วขึ้นไปห้องรุ่นพี่ทันที เจอคณะชาวศิลปากรกับเกษตรฯ กำลังนั่งเล่นไพ่กันอยู่ (อีกแล้ว) จะรอช้าอยู่ไย รีบแจมทันที 5555+ คืนนี้นอน เที่ยงคืนกว่าๆ

21 ต.ค. ตื่นเวลาเดิม อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ไปรอรุ่นพี่ที่หน้าห้องตามเดิม ปรากฏว่า วันนี้ตื่นสายกว่าเมื่อวาน ขึ้นรถตอน เกือบ 7 โมง เหอๆ แสดงว่ามีคนตื่นสายเยอะ รถรอเพียบเลย 5555+ กิจวัตรก็ตามเดิม พอไปถึงม.สยาม ก็กินข้าว แล้วก็แข่งรอบ 3 กับ รอบ 4 ตอนเย็นหลังกินข้าวเสร็จ เป็นช่วงเวลา Teaching game ที่พวกโปรฯจากประเทศต่างๆ จะมาเล่นโกะด้วย เจอหนุ่มน้อยน่ารักน่ากิน กี๊ซซซซซซ แต่เราไมได้เล่นเพราะเต็มแล้ว อดๆๆ กว่าเค้าจะเล่นเสร็จ เฮ้อ เลยได้แต่นั่งรอ นอนรอ หลับแล้วหลับอีก T-T วันนี้กลับถึงที่พัก 5 ทุ่มกว่าๆ หลับเป็นตาย เหนื่อยมาก

22 ต.ค. ตื่นเวลาเดิม อาบน้ำแต่งตัวเสร็จมารอรุ่นพี่เหมือนเดิม ไอ้พวกรุ่นพี่และเพื่อนอีก 1 ตัว (ผู้ชายสามคน) ก็ตื่นสายตามเดิม ให้ตายดิ่ วันนี้แข่งวันสุดท้าย รอบที่ 5 และรอบที่ 6 ผลออกมาว่า ประเภททีม ของศิลปากร ชนะ 4 แพ้ 2 เป็นที่ 18 จาก 50 ทีม ส่วนประเภทบุคคลหญิง ชนะ 2 แพ้ 4 เป็นที่ 21 จาก 28 คน ส่วนจุฬาได้อันดับ 1 ทั้งประเภททีมและบุคคลหญิง ได้ตังแล้วก็ได้มือถือคนละเครื่อง สุดยอดมากๆ ก็แต่ละคนอ่ะ ขึ้นดั้งกันทั้งนั้นแล้วนิ /swf

ตอนเย็น มีพิธีปิดและมอบรางวัล มีเลี้ยงโต๊ะจีนให้ลิงกิน เอ๊ย ให้คนกิน แต่กินได้นิดเดียวเพราะอิ่มน้ำก่อน อาหารเหลือบาน มีโชว์มายากล ด้วยอ่ะ สุดยอดมากๆ แสกนกออกมาเยอะแยะเลย หลังจากกินเสร็จก็กลับที่พัก วันนี้พักต่อที่โรงเรียนนายร้อยอีกวัน

และแล้ว.......เวลาที่รอคอยก็มาถึง วันนี้มีเล่นไพ่โต้รุ่งกัน พอตูกลับมาถึงที่พักก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปห้องรุ่นพี่พร้อมกับพี่ผู้หญิงอีกคนที่อยู่ม.เกษตรฯ พอไปถึงก็เห็นพวกผู้ชายกำลังนั่งเรียงหมากเกมที่เล่นกับโปรฯ กันอยู่ แล้วพวกผู้ชายก็ทยอยไปอาบน้ำกันทีละคนสองคน เห็นผู้ชายเปลือยช่วงบนด้วย /hehe 555+ ตูก็เลยแซวมันต๊าย ผู้ชายโป๊ เพื่อนมันเลยบอกว่า อายล่ะสิ รึอะไรซักอย่าง จำไม่ค่อยได้ แต่จำได้ว่าตอบไปว่า เปล่า น้ำลายไหลต่างหาก 5555+ ล้อเล่นน่า มันรีบใส่เสื้อเลย 5555 ++ ตลกชะมัด

พออาบน้ำกันหมดทุกคนแล้ว วงไพ่ก็เริ่มขึ้น เล่นกัน 8 คน ศิลปากร 3 คน เกษตร 5 คน เล่นป๊อกเด้งกันถึง ตี 4 กว่า ๆ เห็นบอกว่าจะเลิกเล่นแล้ว ฝ่ายหญิงก็เลยไปนอนที่ห้อง ที่อยู่ ชั้น 2 ก่อน แต่ว่า ไอ้ฝ่ายชายที่เหลือยังไม่ง่วงเลยชวนกันเล่น ไพ่กองสามต่อ ตูตื่นมาดูอีกที ตอน 9 โมงยังเห็นเล่นกันอยู่เลย แถมเสียงดังมากๆ อยู่ชั้น 4 ดังมาถึงชั้น 2 เลย โครตอึด ประมาณ 11 โมงกว่าๆ ก็ได้เวลาโบกมือลาโรงเรียนนายร้อย แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน

โชคดีจริงๆที่ได้มางานนี้ เจอคนเก่งๆเยอะแยะเลย เล่นไพ่สนุกดีได้เพื่อนด้วยเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ แถมกินฟรีอยู่ฟรีด้วยค่ะไม่เสียเงินซักกะบาท อิอิ

ปล.1 พี่ที่อยู่ถาปัดคล้ายๆพี่ว่านเลย อ้ากกกกกกก น่ารักกกกกกกก สูงมาก 185 แน่ะ แต่พี่เค้าจะเซอกว่าพี่ว่าน แล้วก็ไม่วายนะคะ ขอขนานนามให้ว่า พี่ว่าน 2

ปล.2 และขอบคุณท่าน MadWall อาจารย์โกะคนแรกของข้าพเจ้า

ปล.3 วันนี้ขอเจ้อ~ เยอะหน่อยนะคะ อยากเล่ามากๆ เอ้อ ส่วนเรื่องรูปขอติดไว้ก่อนนะงับ เปิดเทอมเดี๋ยวเอามาลงให้ดู

อ้ากกกกก อยากจะเก่งโกะให้มากกว่านี้ มากว่านี้อีกกกกกก

ไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนขึ้นแล้ว ปีหน้าต้องมาให้ได้